ซ้อม 15 ข้อ
สุ่มจากข้อที่คุณยังไม่เคยทำ ทำครบทั้ง 30 ข้อแล้วจึงเริ่มวนใหม่
ข้อสอบพร้อมเฉลย
ข้อสอบทั้งหมด 30 ข้อ
-
1
ข้อมูลข่าวสารตามข้อใดที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตาม พ.ร.บ.ข้อมูล ข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- ก. ข้อมูลข่าวสารที่กฎหมายคุ้มครองความลับ
- ข. ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ
- ค. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่ไม่ได้รับความยินยอม
- ง. แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายของปีที่กำลังดำเนินการ
แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายของปีที่กำลังดำเนินการ เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 9 ที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นข้อมูลที่อาจไม่ต้องเปิดเผย
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 9 (3) (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ... (3) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ
-
2
ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง "คำสั่งทางปกครอง" สามารถทำเป็นรูปแบบใดได้บ้าง
- ก. หนังสือเท่านั้น
- ข. วาจาเท่านั้น
- ค. หนังสือ วาจา หรือการสื่อความหมายรูปแบบอื่น ก็ได้
คำสั่งทางปกครองอาจทำเป็นหนังสือ วาจา หรือการสื่อความหมายรูปแบบอื่นก็ได้ ตามมาตรา 34
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 34 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
คำสั่งทางปกครองอาจทำเป็นหนังสือหรือวาจาหรือโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่นก็ได้ แต่ต้องมีข้อความหรือความหมายที่ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้
- ง. หนังสือ หรือวาจาก็ได้
-
3
คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลใด
- ก. ศาลปกครอง
มาตรา 9 (1) ให้ศาลปกครองพิจารณาคดีที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น ออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 (1) (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (1) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่งหรือการกระทำอื่นใดเนื่องจากกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ข. ศาลรัฐธรรมนูญ
- ค. ศาลยุติธรรม
- ง. ศาลทหาร
-
4
หน่วยงานของรัฐจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายไปแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่ทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง สิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้คืนมีอายุความเท่าใด
- ก. 2 ปีนับแต่วันที่เกิดการละเมิด
- ข. 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย
มาตรา 9 ให้สิทธิไล่เบี้ยมีอายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย ส่วนอายุความสองปีตามมาตรา 10 ใช้กับกรณีเจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐเอง (ข้อสอบชุดเดิมเฉลยว่า 2 ปี ซึ่งเป็นคนละกรณี)
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 9 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ถ้าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย สิทธิที่จะเรียกให้อีกฝ่ายหนึ่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนให้มีกำหนดอายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นแก่ผู้เสียหาย
- ค. 5 ปีนับแต่วันที่เกิดการละเมิด
- ง. 10 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐใช้ค่าสินไหมทดแทน
-
5
ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ จัดตั้งขึ้นในหน่วยงานใด
- ก. กระทรวงมหาดไทย
- ข. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
มาตรา 6 ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการขึ้นในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 6 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการขึ้นในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการและธุรการให้แก่คณะกรรมการและคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
- ค. กระทรวงยุติธรรม
- ง. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
-
6
หากเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานของรัฐจะเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ในกรณีใด
- ก. กระทำโดยประมาทเลินเล่อธรรมดา
- ข. ทุกกรณีที่เกิดความเสียหาย
- ค. กระทำโดยพลั้งเผลอ
- ง. กระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
รัฐจะเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ได้เฉพาะกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่ "จงใจ" หรือ "ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" เท่านั้น
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
-
7
ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้เป็นการเฉพาะ คู่กรณีต้องอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองภายในกี่วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง
- ก. 7 วัน
- ข. 90 วัน
- ค. 30 วัน
- ง. 15 วัน
การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองต้องทำเป็นหนังสือยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้ง
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองใดไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรีและไม่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองไว้เป็นการเฉพาะ ให้คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองนั้นโดยยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว
-
8
ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ ข้อมูลข่าวสารใดที่ "อาจ" มีคำสั่งมิให้เปิดเผยได้
- ก. ข้อมูลที่การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ
ตามมาตรา 15 ข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความปลอดภัย ของบุคคล อาจมีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยได้
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 15 (1) (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ ... (1) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
- ข. สัญญาสัมปทานของรัฐ
- ค. มติคณะรัฐมนตรีที่ประกาศแล้ว
- ง. โครงสร้างและการจัดองค์กรของหน่วยงาน
-
9
ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยให้บุคคลอื่นได้หรือไม่
- ก. ได้ทุกกรณี หากมีผู้มาร้องขอ
- ข. ได้ เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐด้วยกันเท่านั้น
- ค. ไม่ได้เลยในทุกกรณี
- ง. โดยหลักเปิดเผยไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดไว้
มาตรา 24 ห้ามเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่กรณีที่มาตรานี้กำหนดไว้ เช่น เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเพื่อใช้ตามอำนาจหน้าที่
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 24 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่น โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้นมิได้ เว้นแต่เป็นการเปิดเผย ดังต่อไปนี้ ...
-
10
ตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 "คู่มือสำหรับประชาชน" ไม่จำเป็นต้องมีรายการในข้อใด
- ก. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ
- ข. ขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณา
- ค. รายละเอียดงบประมาณของหน่วยงาน
คู่มือประชาชนจัดทำเพื่อประชาชนที่มาติดต่อ จึงต้องระบุเฉพาะขั้นตอน เอกสาร และเวลาดำเนินการ ไม่เกี่ยวกับงบประมาณภายในหน่วยงาน
พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้การกระทำใดจะต้องได้รับอนุญาต ผู้อนุญาตจะต้องจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ ขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นมาพร้อมกับคำขอ
- ง. เอกสารหรือหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่น
-
11
ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 "คู่กรณี" หมายถึงใคร
- ก. ศาลปกครอง
- ข. เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครอง
- ค. ผู้ยื่นคำขอและผู้คัดค้านคำขอ
คู่กรณี หมายความว่า ผู้ยื่นคำขอหรือผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง และผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครอง
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 5 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
"คู่กรณี" หมายความว่า ผู้ยื่นคำขอหรือผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง และผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองเนื่องจากสิทธิของผู้นั้นจะถูกกระทบกระเทือนจากผลของคำสั่งทางปกครอง
- ง. อัยการ
-
12
กรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมีอายุความกี่ปี
- ก. 2 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
มาตรา 10 วรรคสอง ให้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ มีอายุความสองปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 10 วรรคสอง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองประการตามวรรคหนึ่ง ให้มีกำหนดอายุความสองปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
- ข. 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิด
- ค. 5 ปี นับแต่วันที่กระทำละเมิด
- ง. 10 ปี นับแต่วันที่กระทำละเมิด
-
13
ข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา 7 ที่ต้องส่งไปลงพิมพ์ใน "ราชกิจจานุเบกษา" ได้แก่ข้อใด
- ก. สัญญาสัมปทาน
- ข. โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ
มาตรา 7 (1) กำหนดให้ส่งโครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงานลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ส่วนแผนงาน โครงการ งบประมาณ และสัญญาสัมปทาน เป็นข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูตามมาตรา 9
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 7 (1) (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (1) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
- ค. แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปี
- ง. รายงานการประชุมภายในของหน่วยงาน
-
14
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากใคร
- ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดโดยตรง
- ข. ฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่นั้นสังกัด
ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ผู้เสียหายจะฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงไม่ได้ ต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
- ค. ฟ้องได้ทั้งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐร่วมกัน
- ง. ฟ้องศาลปกครองเพื่อให้มีคำสั่งหักเงินเดือนเจ้าหน้าที่
-
15
ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คำสั่งทางปกครองที่ทำด้วยวาจา ผู้รับคำสั่งอาจร้องขอให้ทำเป็นหนังสือได้ภายในกี่วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
- ก. 7 วัน
มาตรา 35 ถ้าคำสั่งทางปกครองเป็นคำสั่งด้วยวาจา ผู้รับคำสั่งร้องขอให้ยืนยันเป็นหนังสือได้ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 35 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองเป็นคำสั่งด้วยวาจา ถ้าผู้รับคำสั่งนั้นร้องขอและการร้องขอได้กระทำโดยมีเหตุอันสมควรภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งต้องยืนยันคำสั่งนั้นเป็นหนังสือ
- ข. 15 วัน
- ค. 30 วัน
- ง. 90 วัน
-
16
ข้อมูลข่าวสารของราชการตามข้อใด ที่หน่วยงานของรัฐ "ต้องไม่เปิดเผย" อย่างเด็ดขาด
- ก. ข้อมูลที่อาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ
- ข. ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ระบุห้ามเปิดเผยเด็ดขาด ส่วนข้ออื่นเป็นมาตรา 15 ซึ่งเจ้าหน้าที่มีดุลยพินิจว่าจะเปิดเผยหรือไม่ก็ได้
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 14 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะเปิดเผยมิได้
- ค. ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของบุคคล
- ง. รายงานการแพทย์ของบุคคล
-
17
คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ต้องฟ้องร้องที่ศาลใด
- ก. ศาลปกครอง
คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำทางปกครอง การละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 (2) (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
(2) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
- ข. ศาลรัฐธรรมนูญ
- ค. ศาลยุติธรรม
- ง. ศาลแพ่ง
-
18
ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ให้ประโยชน์แก่ผู้รับคำสั่ง (และคำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย) ต้องกระทำภายในระยะเวลาเท่าใดนับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอน
- ก. 30 วัน
- ข. 60 วัน
- ค. 180 วัน
- ง. 90 วัน
มาตรา 49 การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการให้ประโยชน์ ต้องทำภายใน 90 วันนับแต่รู้เหตุให้เพิกถอน
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 49 วรรคสอง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้น เว้นแต่คำสั่งทางปกครองจะได้ทำขึ้นเพราะการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งหรือการข่มขู่หรือการชักจูงใจโดยการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมาย
-
19
เจ้าหน้าที่ขับรถของ อบต. ขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำธุระส่วนตัวในวันหยุดราชการ แล้วขับรถชนรถของบุคคลภายนอกเสียหาย บุคคลภายนอกต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายจากใคร
- ก. อบต.
- ข. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
- ค. เจ้าหน้าที่ขับรถคนนั้น
การกระทำนี้ไม่ใช่ "การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่" จึงไม่เข้าเงื่อนไข พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ผู้เสียหายต้องฟ้องเรียกร้องกับผู้กระทำผิดโดยตรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 6 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้
- ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
-
20
ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ หากเจ้าหน้าที่ของรัฐมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้ใด
- ก. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ตามมาตรา 18 หากถูกปฏิเสธให้ยื่นอุทธรณ์ต่อ "คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร" ภายใน 15 วัน
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 18 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารใดตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 ... ผู้นั้นอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้น
- ข. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
- ค. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
- ง. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้น
-
21
ข้อใดเป็นตัวอย่างของ "คำสั่งทางปกครอง" ตามที่ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ยกไว้ในบทนิยาม
- ก. คำพิพากษาของศาล
- ข. การออกพระราชบัญญัติ
- ค. การอนุญาต
บทนิยามในมาตรา 5 ยกตัวอย่างคำสั่งทางปกครองไว้ เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบียน
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 5 (นิยาม "คำสั่งทางปกครอง") (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
"คำสั่งทางปกครอง" หมายความว่า (1) การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบียน
- ง. การทำสัญญาซื้อขายระหว่างเอกชน
-
22
คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผล ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่เหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
- ก. ความเห็นของผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป
มาตรา 37 กำหนดว่าเหตุผลอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 37 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือและการยืนยันคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วย และเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (1) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ (2) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง (3) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ
- ข. ข้อกฎหมายที่อ้างอิง
- ค. ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ
- ง. ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ
-
23
คำสั่งทางปกครองที่อุทธรณ์ได้ แต่ไม่ได้ระบุสิทธิอุทธรณ์และระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ และไม่มีการแจ้งใหม่ ระยะเวลาอุทธรณ์ที่สั้นกว่าหนึ่งปีจะขยายเป็นเท่าใด
- ก. 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
- ข. 90 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
- ค. ไม่มีกำหนดเวลา
- ง. 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
มาตรา 40 วรรคสอง ถ้าไม่ได้แจ้งสิทธิอุทธรณ์และไม่มีการแจ้งใหม่ ระยะเวลาที่สั้นกว่าหนึ่งปีให้ขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 40 วรรคสอง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือการโต้แย้งเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีการแจ้งใหม่และระยะเวลาดังกล่าวมีระยะเวลาสั้นกว่าหนึ่งปี ให้ขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งทางปกครอง
-
24
คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่เมื่อใด
- ก. ตั้งแต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ลงนามในคำสั่ง
- ข. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ค. เมื่อพ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว
- ง. ตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป
มาตรา 42 ให้คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
คำสั่งทางปกครองให้มีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป
-
25
เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองได้รับอุทธรณ์ ต้องพิจารณาและแจ้งผู้อุทธรณ์ภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
- ก. 30 วัน
มาตรา 45 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้เจ้าหน้าที่ตามมาตรา 44 วรรคหนึ่ง พิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
- ข. 15 วัน
- ค. 7 วัน
- ง. 60 วัน
-
26
เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคู่สมรสของคู่กรณี จะทำการพิจารณาทางปกครองเรื่องนั้นได้หรือไม่
- ก. ได้ ถ้าผู้บังคับบัญชาอนุญาต
- ข. ได้ ถ้าคู่กรณีอีกฝ่ายยินยอม
- ค. ไม่ได้
มาตรา 13 (2) ห้ามเจ้าหน้าที่ที่เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณีทำการพิจารณาทางปกครอง
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 (2) (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ (1) เป็นคู่กรณีเอง (2) เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี
- ง. ได้ เฉพาะเรื่องที่ไม่มีค่าธรรมเนียม
-
27
การแจ้งคำสั่งทางปกครองทางไปรษณีย์ตอบรับภายในประเทศ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อใด (เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าได้รับวันอื่น)
- ก. เมื่อครบ 7 วันนับแต่วันส่ง
มาตรา 71 การแจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับในประเทศ ถือว่าได้รับเมื่อครบเจ็ดวันนับแต่วันส่ง (ส่งไปต่างประเทศเมื่อครบสิบห้าวัน)
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 71 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การแจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศหรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น
- ข. เมื่อครบ 3 วันนับแต่วันส่ง
- ค. ทันทีที่ส่ง
- ง. เมื่อครบ 15 วันนับแต่วันส่ง
-
28
ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง การนับกำหนดเวลาเป็นวัน โดยหลักให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมด้วยหรือไม่
- ก. นับวันแรกรวมด้วยเสมอ
- ข. ไม่นับวันแรก เว้นแต่ได้เริ่มการในวันนั้นหรือเจ้าหน้าที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 64 กำหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปี มิให้นับวันแรกรวมเข้าด้วย เว้นแต่ได้เริ่มการในวันนั้นหรือเจ้าหน้าที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
กำหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่มการในวันนั้นหรือมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที่
- ค. นับเฉพาะวันทำการ
- ง. แล้วแต่คู่กรณีเลือก
-
29
กรณีการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน เจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างไร
- ก. รับผิดร่วมกันอย่างลูกหนี้ร่วม
- ข. รับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น
มาตรา 8 วรรคสี่ มิให้นำหลักลูกหนี้ร่วมมาใช้ และให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8 วรรคสี่ (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในกรณีที่การละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน มิให้นำหลักเรื่องลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับและเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น
- ค. ผู้บังคับบัญชารับผิดแทนทั้งหมด
- ง. หารเท่ากันทุกคนเสมอ
-
30
ผู้เสียหายยื่นคำขอให้หน่วยงานของรัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
- ก. 30 วัน
- ข. 180 วัน
มาตรา 11 ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และขอขยายได้อีกไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 11 วรรคสอง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาคำขอที่ได้รับตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หากเรื่องใดไม่อาจพิจารณาได้ทันในกำหนดนั้นจะต้องรายงานปัญหาและอุปสรรคให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ... และขออนุมัติขยายระยะเวลาออกไปได้ แต่รัฐมนตรีดังกล่าวจะพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาให้อีกได้ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
- ค. 90 วัน
- ง. 1 ปี
หัวข้ออื่นในวิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ
รัฐธรรมนูญและการบริหารราชการแผ่นดินกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระเบียบงานสารบรรณจริยธรรมและความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่สอบเสมือนจริง ท้องถิ่น