ซ้อม 15 ข้อ
สุ่มจากข้อที่คุณยังไม่เคยทำ ทำครบทั้ง 39 ข้อแล้วจึงเริ่มวนใหม่
ข้อสอบพร้อมเฉลย
ข้อสอบทั้งหมด 39 ข้อ
-
1
การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค แบ่งออกเป็นข้อใด
- ก. กระทรวง ทบวง กรม
- ข. จังหวัด อำเภอ
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคแบ่ง ออกเป็น จังหวัดและอำเภอ เท่านั้น
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 51 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคดังนี้ (1) จังหวัด (2) อำเภอ
- ค. จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน
- ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การ บริหารส่วนตำบล
-
2
ในการบริหารราชการแผ่นดิน อำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาเป็นของใคร
- ก. รัฐสภา
- ข. คณะรัฐมนตรี
- ค. ศาลปกครอง
- ง. พระมหากษัตริย์
พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชกฤษฎีกาโดยคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 175 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
-
3
ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 องค์กรใดมีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
- ก. ป.ป.ช.
มาตรา 234 (3) ให้ ป.ป.ช. กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 234 (3) (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจ ... (3) กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ... และเจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลดังกล่าว
- ข. ปปง.
- ค. สตง.
- ง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
-
4
กฎหมายใดเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
- ก. พระราชบัญญัติ
- ข. พระราชกฤษฎีกา
- ค. กฎกระทรวง
- ง. รัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ กฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญมิได้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
-
5
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ประกอบด้วยข้อใด บ้าง
- ก. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล
- ข. จังหวัด อำเภอ
- ค. สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม
ตามหลักการรวมอำนาจปกครอง บริหารราชการส่วนกลางประกอบด้วย สำนักนายกฯ กระทรวง ทบวง กรม
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ดังนี้ (1) สำนักนายกรัฐมนตรี (2) กระทรวง หรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง (3) ทบวง ซึ่งสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง (4) กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม
- ง. สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง จังหวัด
-
6
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีจำนวนทั้งหมด กี่คน
- ก. 500 คน
มาตรา 83 (แก้ไขเพิ่มเติม) ให้สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 500 คน มาจากแบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 83 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน
- ข. 400 คน
- ค. 350 คน
- ง. 600 คน
-
7
ข้อใดคือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
- ก. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
คณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ในหมวด 12 องค์กรอิสระ ของรัฐธรรมนูญ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองเป็นศาล และคณะรัฐมนตรีเป็นฝ่ายบริหาร
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 12 องค์กรอิสระ ส่วนที่ 2 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
หมวด 12 องค์กรอิสระ ... ส่วนที่ 2 คณะกรรมการการเลือกตั้ง
- ข. ศาลรัฐธรรมนูญ
- ค. ศาลปกครอง
- ง. คณะรัฐมนตรี
-
8
ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 อายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละกี่ปี
- ก. 4 ปี
- ข. 8 ปี
- ค. 6 ปี
- ง. 5 ปี
มาตรา 109 ให้อายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละห้าปีนับแต่วันประกาศผลการเลือก
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 109 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
อายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละห้าปีนับแต่วันประกาศผลการเลือก
-
9
ปีงบประมาณของราชการไทย เริ่มต้นในวันที่เท่าใดของทุกปี
- ก. 1 ตุลาคม
ปีงบประมาณเริ่มต้น 1 ตุลาคม และสิ้นสุด 30 กันยายน ของปีถัดไป
พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 4 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
"ปีงบประมาณ" หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่ง ถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
- ข. 1 เมษายน
- ค. 1 มกราคม
- ง. 1 พฤศจิกายน
-
10
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน โทษทางวินัยที่ร้ายแรงที่สุดคือข้อใด
- ก. ภาคทัณฑ์
- ข. ตัดเงินเดือน
- ค. ปลดออก
- ง. ไล่ออก
มาตรา 88 กำหนดโทษทางวินัยไว้ 5 สถาน คือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก และไล่ออก ซึ่งไล่ออกเป็นโทษสถานหนักที่สุด
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 88 วรรคสอง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
โทษทางวินัยมี 5 สถาน ดังต่อไปนี้ (1) ภาคทัณฑ์ (2) ตัดเงินเดือน (3) ลดเงินเดือน (4) ปลดออก (5) ไล่ออก
-
11
การตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ต้องตราเป็นกฎหมายใด
- ก. พระราชกฤษฎีกา
- ข. พระราชบัญญัติ
เรื่องที่มีผลกระทบต่ออาณาเขตและงบประมาณระดับจังหวัด ต้องตราเป็น พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 52 วรรคสอง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ
- ค. กฎกระทรวง
- ง. ประกาศกระทรวงมหาดไทย
-
12
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี "การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน" หมายถึงการปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายตามข้อใด
- ก. เพิ่มรายได้ให้หน่วยงานของรัฐ
- ข. ลดจำนวนข้าราชการให้น้อยที่สุด
- ค. ความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม และประโยชน์สูงสุดของประเทศ
มาตรา 7 ให้ความหมายว่า การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 7 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หมายถึง การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ
- ง. รวมอำนาจการตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง
-
13
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การแบ่งส่วนราชการ "ภายในกรม" ให้ตราเป็นกฎหมาย ใด
- ก. กฎกระทรวง
การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มี ฐานะเป็นกรม ให้ออกเป็นกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ฉ (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงด้วย
- ข. พระราชกฤษฎีกา
- ค. พระราชบัญญัติ
- ง. ประกาศกระทรวง
-
14
ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- ก. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
- ข. ประหยัดงบประมาณให้มากที่สุดแม้ผลงานจะลดลง
มาตรา 6 กำหนดเป้าหมายไว้ 7 ข้อ เช่น เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า และไม่มีขั้นตอนเกินความจำเป็น ไม่มีข้อใดให้ประหยัดจนผลงานลดลง
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 6 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังต่อไปนี้ (1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ (3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ (4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น (5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ (6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ (7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
- ค. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
- ง. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
-
15
ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลากี่ปี
- ก. 9 ปี
- ข. 14 ปี
- ค. 12 ปี
รัฐธรรมนูญ มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี (ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ) โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
- ง. 15 ปี
-
16
ส่วนราชการใดมีหน้าที่หลักในการรับผิดชอบงานธุรการของคณะรัฐมนตรี
- ก. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ข. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
- ค. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
- ง. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และราชการในพระองค์
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 14 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และราชการในพระองค์ มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
-
17
พระราชบัญญัติจะมีผลใช้บังคับได้ ต้องประกาศในที่ใด
- ก. หน้าหนังสือพิมพ์รายวัน
- ข. ราชกิจจานุเบกษา
กฎหมายทุกฉบับจะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงจะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 81 วรรคสอง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้
- ค. เว็บไซต์ของรัฐสภา
- ง. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
-
18
ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน สำนักนายกรัฐมนตรี มีฐานะตามข้อใด
- ก. เป็นหน่วยงานอิสระ
- ข. เป็นกรม
- ค. เป็นกระทรวง
มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 บัญญัติให้สำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นกระทรวง
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 7 วรรคสอง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
สำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นกระทรวง
- ง. เป็นทบวง
-
19
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การกำหนดว่าส่วนราชการใดจะปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะขององค์กรใด
- ก. สำนักงาน ก.พ.
- ข. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ค. ก.พ.ร. (คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ)
มาตรา 3 ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร. (คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ)
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 3 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ในเรื่องใดสมควรที่ส่วนราชการใดจะปฏิบัติเมื่อใด และจะต้องมีเงื่อนไขอย่างใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร.
- ง. สภาพัฒน์ฯ
-
20
ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 การไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติ บัญญัติไว้ในหมวดใด
- ก. หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย
มาตรา 50 (7) อยู่ในหมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย กำหนดให้บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 4 มาตรา 50 (7) (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ... (7) ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ
- ข. หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
- ค. หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ
- ง. หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ
-
21
การจัดตั้ง "อำเภอ" ต้องตราเป็นกฎหมายใด
- ก. พระราชบัญญัติ
- ข. พระราชกฤษฎีกา
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 การตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนเขตอำเภอ ต้องตราเป็น "พระราชกฤษฎีกา" (ถ้าตั้งจังหวัด ต้องเป็น พ.ร.บ.)
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 61 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในจังหวัดหนึ่งให้มีหน่วยราชการบริหารรองจากจังหวัดเรียกว่าอำเภอ การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนเขตอำเภอ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
- ค. กฎกระทรวง
- ง. ประกาศกระทรวงมหาดไทย
-
22
ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คือตำแหน่งใด
- ก. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
- ข. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ค. เลขาธิการ ก.พ.
- ง. นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา 71/1 ให้ ก.พ.ร. มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 71/1 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า "ก.พ.ร." ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน รัฐมนตรีหนึ่งคนที่นายกรัฐมนตรีกำหนดเป็นรองประธาน
-
23
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินกี่คน
- ก. 30 คน
- ข. 35 คน
มาตรา 158 คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน (รวมทั้งคณะไม่เกิน 36 คน)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 158 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคนประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน
- ค. 36 คน
- ง. 40 คน
-
24
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชน หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดทำสิ่งใดเพื่อให้ประชาชนทราบ
- ก. รายงานประจำปี
- ข. ศูนย์บริการร่วม
- ค. แผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการ รวมทั้งรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 29 ให้ส่วนราชการจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการ รวมทั้งรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยไว้ที่ทำการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 29 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนหรือการติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน ให้ส่วนราชการแต่ละแห่งจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลา การดำเนินการ รวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนเปิดเผยไว้ ณ ที่ทำการของส่วนราชการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจดูได้
- ง. แบบสำรวจความพึงพอใจของประชาชน
-
25
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การยุบส่วนราชการ เช่น กระทรวงหรือกรม ให้ตราเป็นกฎหมายใด
- ก. พระราชบัญญัติ
- ข. กฎกระทรวง
- ค. พระราชกฤษฎีกา
มาตรา 8 จัตวา ให้การยุบส่วนราชการตามมาตรา 7 ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 จัตวา วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การยุบส่วนราชการตามมาตรา 7 ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
- ง. ประกาศกระทรวง
-
26
ผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี คือตำแหน่งใด
- ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- ข. นายกรัฐมนตรี
มาตรา 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 5 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
- ค. เลขาธิการ ก.พ.
- ง. ประธาน ก.พ.ร.
-
27
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแบ่งออกเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง
- ก. 2 ส่วน คือ ส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น
- ข. 4 ส่วน คือ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ
- ค. 3 ส่วน คือ กระทรวง จังหวัด และอำเภอ
- ง. 3 ส่วน คือ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
มาตรา 4 แบ่งระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ดังนี้ (1) ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง (2) ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค (3) ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
-
28
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การจัดตั้งกระทรวงขึ้นใหม่ ให้ตราเป็นกฎหมายใด
- ก. พระราชกฤษฎีกา
- ข. พระราชบัญญัติ
มาตรา 8 ให้การจัดตั้ง การรวม หรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา 7 ตราเป็นพระราชบัญญัติ (ยกเว้นการรวมหรือโอนที่ไม่เพิ่มตำแหน่งหรืออัตรา ซึ่งมาตรา 8 ทวิ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา)
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การจัดตั้ง การรวม หรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา 7 ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ
- ค. กฎกระทรวง
- ง. มติคณะรัฐมนตรี
-
29
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การเปลี่ยนชื่อกรม ให้ตราเป็นกฎหมายใด
- ก. พระราชบัญญัติ
- ข. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
- ค. กฎกระทรวง
- ง. พระราชกฤษฎีกา
มาตรา 8 ตรี ให้การเปลี่ยนชื่อส่วนราชการตามมาตรา 7 ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ตรี วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การเปลี่ยนชื่อส่วนราชการตามมาตรา 7 ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
-
30
การรวมกรมสองกรมเข้าด้วยกัน โดยไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้น ให้ตราเป็นกฎหมายใด
- ก. พระราชกฤษฎีกา
มาตรา 8 ทวิ ถ้าการรวมหรือโอนส่วนราชการไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราเพิ่มขึ้น ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การรวมหรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา 7 ไม่ว่าจะมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่หรือไม่ ถ้าไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้นให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
- ข. กฎกระทรวง
- ค. พระราชบัญญัติ
- ง. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
-
31
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทน ต้องทำในรูปแบบใด
- ก. ทำเป็นหนังสือ
มาตรา 38 วรรคท้าย กำหนดว่าการมอบอำนาจให้ทำเป็นหนังสือ
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 38 วรรคท้าย (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
การมอบอำนาจให้ทำเป็นหนังสือ
- ข. บอกด้วยวาจาก็ได้
- ค. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ง. ขออนุมัติคณะรัฐมนตรีก่อนทุกครั้ง
-
32
กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และกระทรวงนั้นมีรัฐมนตรีช่วยว่าการหลายคน ใครเป็นผู้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
- ก. นายกรัฐมนตรี
- ข. ปลัดกระทรวง
- ค. คณะรัฐมนตรี
มาตรา 42 ถ้ามีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหลายคน ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหลายคน ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
- ง. รัฐมนตรีช่วยว่าการที่อาวุโสสูงสุดรักษาราชการแทนโดยอัตโนมัติ
-
33
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน นายอำเภอสังกัดกระทรวงใด
- ก. สำนักนายกรัฐมนตรี
- ข. กระทรวงยุติธรรม
- ค. กระทรวงมหาดไทย
มาตรา 62 ให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการในอำเภอ และสังกัดกระทรวงมหาดไทย
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในอำเภอหนึ่ง มีนายอำเภอคนหนึ่งเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการในอำเภอ และรับผิดชอบงานบริหารราชการของอำเภอ นายอำเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย
- ง. สังกัดจังหวัด ไม่สังกัดกระทรวง
-
34
ข้อใดไม่ใช่ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 70 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
- ก. จังหวัด
จังหวัดเป็นระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค (มาตรา 51) ส่วนมาตรา 70 กำหนดราชการส่วนท้องถิ่นไว้ คือ อบจ. เทศบาล สุขาภิบาล และราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 70 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นดังนี้ (1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (2) เทศบาล (3) สุขาภิบาล (4) ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด
- ข. เทศบาล
- ค. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
- ง. ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด
-
35
ในการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ส่วนราชการต้องถือว่าใครเป็นศูนย์กลางที่จะได้รับการบริการจากรัฐ
- ก. คณะรัฐมนตรี
- ข. ข้าราชการ
- ค. ประชาชน
มาตรา 8 ให้ส่วนราชการถือว่าประชาชนเป็นศูนย์กลางที่จะได้รับการบริการจากรัฐ
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ส่วนราชการจะต้องดำเนินการโดยถือว่าประชาชนเป็นศูนย์กลางที่จะได้รับการบริการจากรัฐ
- ง. ส่วนราชการ
-
36
ส่วนราชการได้รับหนังสือสอบถามจากประชาชนเกี่ยวกับงานในอำนาจหน้าที่ของตน ต้องตอบหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายในกี่วัน (กรณีไม่ได้กำหนดเวลาไว้ตามมาตรา 37)
- ก. 15 วัน
มาตรา 38 ให้ส่วนราชการตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการภายในสิบห้าวัน หรือภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา 37
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 38 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
เมื่อส่วนราชการใดได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชน หรือจากส่วนราชการด้วยกันเกี่ยวกับงานที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นที่จะต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายในสิบห้าวันหรือภายในกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา 37
- ข. 7 วัน
- ค. 30 วัน
- ง. 45 วัน
-
37
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี งานบริการประชาชน ส่วนราชการต้องกำหนดสิ่งใดแล้วประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
- ก. ค่าธรรมเนียมขั้นสูง
- ข. ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงาน
มาตรา 37 ให้ส่วนราชการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงาน และประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบเป็นการทั่วไป
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 37 วรรคหนึ่ง (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ในการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนหรือติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน ให้ส่วนราชการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงาน และประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบเป็นการทั่วไป
- ค. ชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทุกคน
- ง. จำนวนผู้มาใช้บริการต่อวัน
-
38
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การกระจายอำนาจการตัดสินใจให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบเรื่องนั้นโดยตรง มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
- ก. เพื่อลดจำนวนข้าราชการ
- ข. เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ
มาตรา 27 กำหนดให้กระจายอำนาจการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 27 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้ส่วนราชการจัดให้มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจเกี่ยวกับการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินการอื่นใดของผู้ดำรงตำแหน่งใดให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการในเรื่องนั้นโดยตรง เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ
- ค. เพื่อเพิ่มรายได้ของส่วนราชการ
- ง. เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาไม่ต้องรับผิดชอบ
-
39
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ใครเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ คุณภาพการให้บริการ และความพึงพอใจของประชาชน
- ก. หัวหน้าส่วนราชการประเมินตนเองเท่านั้น
- ข. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
- ค. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
- ง. คณะผู้ประเมินอิสระ
มาตรา 45 ให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระประเมินผลการปฏิบัติราชการ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. กำหนด
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 45 (ตรวจโดยระบบ เทียบกับตัวบท)
ให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ ความคุ้มค่าในภารกิจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ ก.พ.ร. กำหนด
หัวข้ออื่นในวิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ
กฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระเบียบงานสารบรรณวิธีปฏิบัติราชการและสิทธิของประชาชนจริยธรรมและความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่สอบเสมือนจริง ท้องถิ่น